เมื่อวันก่อน (31 ม.ค.) ไปงานหมั้นบีกับเต้ยมา
ซึ่งมันจะแต่งกันก็ 9 สิงหาโน่นแนะ บีมันให้เหตุผลที่หมั้นว่ามันอยากมีคู่หมั้น
ซึ่งก็น่าจะเป็นหนึ่งในความฝันเล็กๆของผู้หญิงหลายๆคน
เพื่อนที่สนิทมากที่สุดในชีวิตมหาลัยก็คือบีเนี่ยแหละ โบว์-บี โบว์-บี ติดกันเป็นปาท่องโก๋เลย
หลายๆเรื่อง หลายๆสิ่ง เราคิดว่ามันคงอยู่ในความทรงจำของเราทั้ง 2 คน
มันก็นานแล้วเนอะที่ผ่านช่วงเวลานั้นมา แต่เราคิดว่าบีก็คงจำมันได้เหมือนกัน
นานๆได้เขียนอะไรแบบนี้ทีก็เขิลเหมือนกันนะเนี่ย
เกือบ 3 ปีที่เราต้องห่างเหินกัน ช่วงเวลานั้นมันทรมานชะมัดเลย ไม่รู้ว่าบีจะรู้รึเปล่า
ว่าเราโคตรเศร้าเลย ฝันถึงแกบ่อยมากๆ ตอนนั้นเราคิดว่าระกว่างเรา 2 คน
คงไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้แล้ว ตอนนั้นเราเลือกที่จะลบแกจากความทรงจำ
เืลือกที่จะเกลียดบี แต่สุดท้ายก็เกลียดบีไม่เคยได้เลย สรุปว่าเหตุผลเดียวคือมันน้อยใจแหละ
เรื่องอะไรบีก็คงรู้ ตอนนั้นมันรู้สึกว่าที่เราคบกันมาตั้งนานมันไม่มีความหมายสำหรับบีเลยเหรอวะ
สุดท้ายคนที่ทำให้เรื่องนี้คลี่คลายก็คือแอน มีอยู่วันนึงเราร้องไห้กับแอนใหญ่เลย
ก็เรื่องแกแหละบี แอนถามว่าทำไมเรา 2 คนถึงเป็นแบบนี้ ไม่รู้เพราะอะไร รู้ว่าเราสนิทกันมาก
ทำไมปล่อยให้เรื่องแค่นี้มาทำลาย แอนคุยอีกตั้งเยอะแต่ชั้นขี้เกียจพิมพ์แล้ว
แต่มันทำให้ชั้นทิ้งความหยิ่งและทิฐิทั้งหมด ยกหูโทรศัพท์หาแก เพราะรู้ด้วยนิสัย(และสันดานของแก)
ไม่มีทางเป็นคนเริ่มก่อนแน่ๆ สุดท้ายเรา 2 คนก็กลับมาเหมือนเดิม รู้สึกดีชะมัดเลยว่ะ
มันเหมือนแก้ปมชีวิตออกได้เลยว่ะ ขอบคุณแอนมากจริงๆที่ทำให้คำว่าเพื่อนมันมีความหมายที่สุดในวันนี้
ตอนนี้เราดีใจมากๆที่เรากลับมาเหมือนเดิม และดีใจมากๆที่แกกับเต้ยลงเอยกันด้วยดี
เรามั่นใจว่าชีวิตแกต้องมีความสุขดีแน่ๆ ความฝันของเราอย่างหนึ่ง
ตั้งแต่ที่เราคบกันคืออยากให้เรา 2 คนเป็นเพื่อนกันไปตลอดจนแก่ จนรุ่นลูกรุ่นหลาน
สงสัยความฝันของชั้นจะสำเหร็จแฮะ เพราะเต้ยกับแอนก็เป็นเพื่อนกันอีก มีเรื่องต้องเจอกันบ่อยๆอยู่แล้ว
(อย่า่ลืมนะแก ตามธรรมเนียมจีนเค้ามีค่าน้ำชาให้แม่สื่อนะแก ฝากบอกเต้ยด้วยว่าชั้นเอาจริง)
วันพุธที่ 28 ไปงานที่สนามจันทร์มา สวยมากๆ
ไปถึงก็ 6 โมงเย็นแล้ว เลยไม่ได้เข้าข้างในอยู่แต่ข้างนอก ไฟสวยมากๆ
น้องที่ทับแก้วบอกว่า อยู่มาตั้งนานสนามจันทร์สวยที่สุด เห็นด้วยจ๊ะ
เมื่อวานนี้ (20 พ.ย.) วันเกิดดิฉ้านค๊า วันเวลานี่ผ่านไปเร๊วๆจริงๆ
ก่อนหน้าวันเกิด 2 วันไปฉลองด้วยการร้องเกะ กับปิงปองและเกดแล้วก็แอนที่อิมมอทัล
แหกปากกัน 6 ชั่วโมง ไอ้เกดไม่วางไมค์์เลย
ดูท่า 2 คนนี้เหลือรับประทานจริงๆ
.
ส่วนเมื่อวานส้มมาจากพัทยา ชวนไปเลี้ยงหมาพิการที่ปากเกร็ด
เพื่อนร่วมอุดมการณ์มี ตากัม นัท ส้ม แอน โบว์ ขอบใจมากๆนะทุกคน รักนะ
น่าสงสารพวกหมาๆแมวๆจังเลย แต่ที่นี่เค้าเลี้ยงดีมากเลย อ้วนท้วนกันทุกตัว
พอเราเข้ากันไปหมาเห่ากันใหญ่ มันคงดีใจที่มีคนมาเยี่ยมมาเล่นด้วย
เสียดายที่เอาขนมแท่งๆไปน้อยไปหน่อย ไว้คราวหน้าต้องเอาไปเยอะกว่านี้ ไว้จะไปอีกแน่ๆ
.
จบท้ายของวันด้วยการไปกินเอ็มเคและเค้กก้อนโตจากป้าหน่อย
ขอบคุณมากนะคะ ทุกคนเลย วันเกิดปีนี้สนุกจริงๆ
อร่อยด้วย อิ่มอ้วน อิ่มอ้วน
โฉมหน้าเจ้าของเค้ก
จะหมดเดือนตุลาแล้ว เวลานี่ผ่านไปเร๊ว เร็ว
เดือนนี้นี่หลายสิ่ง เริ่มด้วยการนอนโรงพยาบาลไป 7 วันด้วยโรคกรวยไตอักเสบ
ออกจากโรงบาลมาเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ตอนแรกกะว่าคงเป็นแค่ไข้หวัด
หลังจากนอนซมที่ออฟฟิศมา 2 วัน รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เลยให้แอนพากลับบ้าน
ปรากฏว่าหมอบอกเป็นกรวยไตอักเสบ สาเหตุเกิดจากการอั้นฉี่โดนน้ำเกลือไป 12 ขวด
คืนวันที่ 2 นี่เจอดี มีผู้ไม่ประสงค์ดีมาเยี่ยมเยียน ไม่ได้นอนทั้งคืนเลย
เกิดมาไม่เคยเจอ มานอนโรงบาลตั้งหลายครั้ง ก็ไม่เคยเจอ
ครั้งนี้นี่โดนซะ กวนมากนอนไม่ได้เลย พอจะหลับก็โดนดึงผ้าห่ม
โดนเหวี่ยงบ้าง จะว่าคิดไปเอง หรือเป็นไข้จนหลอนก็ไม่ใช่
งานนี้มั่นใจมาก โดยเฉพาะช็อตที่เห็นเป็นเงาคนหลายคนมายืนข้างเตียง
แล้วก็พูดกันพึมพำๆ ถามว่ากลัวไหม มันก็ไม่กลัวเท่าไหร่นะ
แต่ว่ามันแบบว่า คนจะนอน อะไรกัน นอนไม่ได้เลย
แม่ก็เจอ เพราะคืนที่ 2 แม่มานอนตรงข้างเตียงติดหน้าต่างแม่บอกกวนจริงๆ นอนไม่ได้เลย
พอแม่ย้ายฝั่งก็ไม่โดน อีกอย่างคือก่อนที่เราจะไปนอนที่ห้องนั้น
คนไข้ก่อนหน้าคือแม่น้าติ๋วก็เจอเหมือนกัน เค้าเลยซื้อมาลัยมาไหว้
พอโบว์เข้าไปนอนก็ยังเห็นพวงมาลัยที่เค้าไหว้ อยู่บนหัวเตียงเลย
วันที่ 3-6 แอนมานอนเฝ้า แต่ไม่เจออะไร
สงสัยเป็นตัวไล่ผี งานนี้แม่ปลื้มคุณปรัชญามาก ประมาณว่ารักและห่วงลูกสาวตัวเองดี
ถ้าไม่ได้แอนก็แย่เหมือนกัน เพราะแม่เพลียมาก กลางคืนนี้แม่แทบไม่ได้หลับเลย
เพราะโบว์เป็นไข้ตลอด แอนมาเฝ้าก็เลยสบาย โมนาก็มานอนด้วยทุกคืนตั้งแต่แรก
เย่ๆ เมื่อวันที่ 20 ตุลา วันที่ออกจากโรงบาล
เป็นวันสถาปนา วันโบว์-แอน แห่งปี [...]
เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว (18 ส.ค. 50) ไปล่องแก่งที่สระบุรีมา กับพวกเว็บฟอนต์ (อีกแล้ว)
งานนี้ไปกันเจ็ดชีวิต มีโบว์ แอน พี่โอ้เอ้ จักรี โต กิ๊ก และไอ้เอ
ตั้งแต่เรียนจบมานี่ถ้าไม่เที่ยวกับพวกเว็บฟอนต์
ก็จะเป็นแกงค์ Stu 45 หรือไม่ก็พวกแกงค์สโม
ส่วนเพื่อนที่อักษรนี่แทบไม่ค่อยได้เจอเล้ย
เจอกันก็ตามงานสำคัญ เช่น งานแต่งงานเป็นต้น
ไปล่องแก่งก็สนุกดีนะ ที่สำคัญหมดตังแค่ 800 กว่าบาทเอง
ความจริงตอนล่องนี่ถ่ายรูปไม่ได้หรอก แต่รูปนี้สร้างภาพสุดๆ มีจุดนึงที่ลงเล่นน้ำกัน
เลยให้พี่เอ้ไปยืนรอตรงโขดหินแล้วถ่ายรูปให้
เสร็จแล้วก็ไปขี่รถกันชื่อรถอะไรหว่า จำชื่อไม่ได้แฮะ
ขี่ไม่ยากนะ เพราะมันมี 4 ล้อ ไม่มีทางล้มเด็ดขาด มีแต่เข้าข้างทางแบบไอ้กิ๊ก
เสร็จแล้วก็กลับบ้านไปรับร่างรัฐธรรมนูนครับท่าน
ผ่านด้วยแหละสมน้ำหน้าทักษิณและไทยรักไทยชะมัดเลย
พอกลับมาจากบ้านแอนเล่าให้ฟังว่าไอ้เหมียวเล็ก ปีนหลังคา (อีกแล้ว)
หลังจากที่วันนั้นพามันไปค้นพบ ต้นไม้
คือเหมียวและเหมียวเล็กมันไม่เคยรู้ว่ามีต้นไม้อยู่หลังบ้าน
เลยพาไปปีนเล่น ทั้งแม่และลูกตื่นตาตื่นใจมาก
แต่ก่อนตอนกาก้าอยู่เข้าไปตรงนั้นไม่ได้ พอกาก้าไม่อยู่แล้ว เหมียวเลยยึด
คาดว่าหลังจากพอพามันไปปีนครั้งแรก เหมียวเล็กมันเลยติดใจ แอบไปปีนอีก
ปีนไปเรื่อยๆจนขึ้นไปบนหลังคา แต่ขอโทษตอนลงดันลงไม่ได้
ร้องแง๋วๆ อยู่ตั้งนาน นังแม่ก็มาร้องให้แอนเลยต้องไปช่วยชีวิต
ดันซนจัด เผลอแป๊บเดียวจะ 4 เดือนแล้ว ผู้รอดชีวิตเพียงตัวเดียว
วันเวลานี่ผ่านไปเร็วแฮะ ไม่น่าเชื่อว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้เกือบปีแล้ว
วันนี้ไปปรึกษาบัญชีมาด้วย เรื่องการเสียภาษีและการจดทะเบียนบริษัท
แต่ตกลงกันว่าจะไม่จดทะเบียนบริษัท จะจดเป็นคณะบุคคลแทน
เพี้ยง ขอให้กิจการดี งานเข้าแยะๆอย่างนี้ตลอดไป